Lovely Town

…เคยมั้ยครับ ที่บางครั้งความสับสนวุ่นวายของสังคมเมือง มันทำให้เราเกิดความรู้สึกเบื่อหน่าย อยากจะหลบตัวไปยังสถานที่ไกลๆ ที่ไหนก็ได้สักที่ เพื่อหลีกหนีความสับสนวุ่นวาย ให้ตัวตนของเราได้คลุกคลีอยู่กับธรรมชาติ ให้เราได้มีโอกาสทบทวนเป้าหมายที่แท้จริงของชีวิต ให้เราได้สัมผัสวิถีชีวิตอีกแบบหนึ่งที่ตรงข้ามกับวิถีชีวิตเดิมๆ ของเรา… 

…เคยมั้ยครับ ที่บางครั้ง ความเหน็ดเหนื่อยจากหน้าที่การงาน มันทำให้เรารู้สึกอยากไปที่ไหนสักที่ ที่ที่มีอากาศบริสุทธิ์ให้สูดได้เต็มปอด ที่ที่ให้เราได้ใช้ชีวิตแบบเรียบๆ ง่ายๆ ไม่รีบร้อนเร่งรัด ที่ที่ให้เราได้พักผ่อนกายและใจเพื่อให้เราได้หยุดมองความสวยงามรอบๆ ตัวเราบ้าง… เพราะบางทีเราอาจจะมุ่งมั่น จดจ่ออยู่กับหน้าที่การงานของเรามาก…มากเสียจนเราลืมที่จะหยุดมองความสวยของธรรมชาติและความงามของผู้คนที่หมุนเวียนผ่านไปรอบๆ ตัวเราในแต่ละวัน…ถ้าคุณเคยมีความรู้สึกเช่นนี้และตอนนี้ก็ยังมีความรู้สึกแบบนี้อยู่…ผมว่า…คุณต้องเตรียมตัวออกเดินทางแล้วครับ…แต่ถ้าคุณบอกว่า…คุณไม่มีเงิน!! ผมขอเวลาคุณแค่สิบนาทีครับ…ผมจะพาคุณไปยังเมืองๆ นึง เมืองน่ารักๆ ผู้คนอัธยาศัยดี เมืองที่ถูกโอบล้อมไปด้วยเทือกเขาสวยงาม เมืองๆ นี้มีชื่อว่า…เมืองสามหมอกครับ…

“หมอกสามฤดู กองมูเสียดฟ้า ป่าเขียวขจี ผู้คนดี ประเพณีงาม ลือนามถิ่นบัวตอง” นี่คือคำขวัญประจำของเมืองนี้ครับ เมืองที่มีหมอกให้ดูทุกฤดู ไม่ว่าจะฤดูฝน ฤดูหนาวหรือแม้กระทั่งฤดูร้อน!!! เมืองๆ นี้คือ “เมืองแม่ฮ่องสอน” ครับ

   ย้อนกลับไปเดือนธันวาคม ปีพ.ศ. 2551 ผมได้มีโอกาสมาเยือนจังหวัดแม่ฮ่องสอนเป็นครั้งแรกครับ จริงๆ แล้วจังหวัดแม่ฮ่องสอนนั้นมีขนาดกว้างใหญ่ครับแต่พื้นที่ส่วนใหญ่จะถูกปกคลุมด้วยผืนป่าและทิวเขา ที่ที่เป็นชุมชนจะมีขนาดไม่ใหญ่มากและกระจายกันอยู่ตามพื้นที่ต่างๆ ของจังหวัด 

    ผมได้มีโอกาสไปพักอาศัยอยู่ที่อำเภอเมืองเป็นเวลาเกือบสิบวันครับ ผมใช้ชีวิตที่นั่นแตกต่างจากชีวิตเดิมๆ ของผมอย่างสิ้นเชิง…ตื่นเช้ามาก็ออกมาเดินรับลมเย็นๆ ยามเช้า จากนั้นก็เดินไปหาอะไรทานในตลาด แวะทานโจ๊กร้อนๆ บ้าง ต้มเลือดหมูบ้าง เดินดูผู้คนจับจ่ายใช้สอยในตลาดบ้าง สายๆ ก็มานั่งดื่มชาเย็นที่ร้านประจำ บ่ายๆ ก็ออกเดินเที่ยวในเมืองไปตามสถานที่ต่างๆ ตกเย็นก็มาเดินเล่นแถวถนนคนเดินจนมืดค่ำ จากนั้นก็กลับที่พักนอน…นี่คือชีวิตประจำวันของผมตอนที่อยู่ที่นั่น

    ตลอดเวลาที่อยู่ที่นั่นผมมีความสุขมาก ผมได้มีเวลาอยู่กับตัวเองและคนที่ผมรักมากขึ้น ผมได้หยุดพักสมองจากเรื่องเครียดๆ จากหน้าที่การงาน ผมได้คลุกคลีอยู่กับธรรมชาติรอบตัวที่สวยงามและผมได้สัมผัสประเพณีและวัฒนธรรมอันดีงามของคนพื้นเมือง ซึ่งหลายๆ สิ่งเป็นสิ่งที่ผมไม่เคยได้สัมผัสเลยในชีวิตเมืองกรุง…

     ผมตกหลุมรักสถานที่หลายๆ แห่งของที่นี่…ไม่ว่าจะเป็นวัดพระธาตุดอยกองมู วัดคู่บ้านคู่เมืองซึ่งอยู่บนยอดดอยกองมู ผมขึ้นไปสักการะพระธาตุฯ โดยวิธีเดินขึ้นทางบันไดจากพื้นล่างจนไปถึงตัววัดพระธาตุฯ ด้านบนครับ ผมจำไม่ได้เหมือนกันครับว่าบันไดมีทั้งหมดกี่ขั้น จำได้แต่ว่ากว่าจะเดินถึงด้านบนนี่เล่นเอาเหนื่อยเลยทีเดียวครับ… แต่เมื่อคุณได้เห็นภาพของตัวเมืองแม่ฮ่องสอนห้อมล้อมด้วยทิวเขาสูงต่ำกระทบแสงแดดสีส้มยามเย็นอย่างสวยงามจากด้านบนแล้วล่ะก็…บอกได้เลยครับว่าคุ้ม! …คุ้มจนผมต้องขึ้นไปถึง 4 ครั้งด้วยกัน ตลอดเวลาที่อยู่ที่นั่น!!

    สถานที่อีกแห่งที่ผมชอบมากคือวัดจองกลางและวัดจองคำที่อยู่ริมหนองจองคำครับ ที่นี่เป็นจุดถ่ายรูปยามเย็นที่สวยงามมากจุดนึงเลยครับ คุณลองนึกภาพแสงสีของไฟที่ประดับประดาพระเจดีย์ตัดกับสีชมพูหวานๆ ของฟ้ายามพลบค่ำ บวกกับสีสันอันสวยงามของภาพสะท้อนบนผิวน้ำด้านล่าง…แค่นี้ก็ทำให้เรารู้สึกอยากหยุดสายตาไว้กับภาพเบื้องหน้าจนไม่อยากละสายตาไปไหน ปล่อยใจให้คิดพิจารณาบางสิ่งเรื่อยไป….

…ที่แท้…ใจคนเรามันก็เหมือนน้ำในหนองนะครับ ยามที่ใจเราสงบนิ่ง ความดีงามที่ดำรงไว้ในใจก็ปรากฎเห็นเด่นชัด แจ่มใส สวยงามดังภาพสะท้อนน้ำยามน้ำนิ่ง แต่เมื่อใดก็ตามที่จิตใจของเราหวั่นไหว ขุ่นมัวจากสิ่งกระทบกระทั่งภายนอก  ความดีงามที่ดำรงไว้ในใจของเราก็เริ่มสั่นคลอน… ดังกระแสลมกระทบผืนน้ำ…ทำให้ภาพสะท้อนน้ำที่สวยงามเหล่านั้นเริ่มสั่นไหว และพังทะลายลงในที่สุด…

…การมาที่นี่ ทำให้ผมได้มีเวลาคิดทบทวนอะไรหลายๆ อย่างในชีวิต ได้เรียนรู้วิถีชีวิตใหม่ๆ จากชาวบ้านแถวนั้นและที่สำคัญที่สุด…คือการได้สัมผัสกับธรรมชาติอันสวยงามของที่นั่น… สถานที่ที่ผมประทับใจมากที่สุด แม้ทุกวันนี้ก็ยังประทับใจอยู่มิรู้ลืม สถานที่แห่งนั้นก็คือ “โครงการพระราชดำริปางตอง 2” หรือที่พวกเรารู้จักกันในชื่อของ “ปางอุ๋ง” นั่นเองครับ

…ที่นี่…เป็นที่ที่เราสามารถรื่นรมย์กับธรรมชาติอันงดงามและดื่มด่ำกับบรรยากาศริมน้ำที่สวยงามที่สุดแห่งนึงของเมืองไทยเลยทีเดียวครับ ถ้าคุณมาที่นี่ คุณจะได้สัมผัสกับอากาศหนาวเย็นในยามเช้า…ได้ชมหมอกไหลบนผิวน้ำในยามสาย…ได้เที่ยวพักผ่อนหย่อนใจจากการล่องบนแพหรือนั่งชมธรรมชาติจากกระท่อมริมน้ำ…ยิ่งถ้าคุณเป็นคนที่มีความสุขกับการถ่ายภาพด้วยแล้วล่ะก็ ที่นี่มีมุมถ่ายรูปสวยๆ ให้คุณได้เลือกมองผ่านกล้องของคุณหลายมุมเลยครับ…

    จริงๆ แล้ว..แม่ฮ่องสอนไม่ได้มีสถานที่สวยงามเฉพาะแค่ในอำเภอเมืองเท่านั้นนะครับ แต่ยังมีสถานที่สวยงามอีกหลายแห่งที่อยู่นอกอำเภอเมือง สถานที่อีกแห่งที่ผมประทับใจไม่แพ้ปางอุ๋งเลย ที่นั่นก็คือ “อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง” อำเภอปายครับ…ที่นี่เป็นสถานที่ชมทะเลหมอกที่ขึ้นชื่อที่นึงของเมืองไทยเลยทีเดียวครับ…

   วันนั้น…ผมจำได้ดีเลยครับว่า… ลุ้นอยู่ว่าฟ้าจะเปิดมั้ย… จะได้มีโอกาสเห็นทะเลหมอกเป็นครั้งแรกในชีวิตมั้ย… จะเห็นพระอาทิตย์ขึ้นสวยงามยามเช้าตามที่ตั้งใจไว้มั้ย… ท่ามกลางฟ้าที่ขมุกขมัว…ปกคลุมไปด้วยเมฆเต็มฟ้า… เพียงชั่วเวลาแว้ปเดียวเท่านั้นครับ…แสงอาทิตย์ที่รอคอย…ก็สาดส่องผ่านกลีบเมฆออกมา…ทำให้ความสวยงามเบื้องหน้าบังเกิดขึ้นทันตา…จะว่าไป…ชีวิตคนเรามันก็เหมือนกับการถ่ายรูปนะครับ บางครั้งก็ต้องอาศัยความอดทน อาศัยการรอคอย อาศัยโชคช่วย… ถึงจะได้พบเจอสิ่งดีๆ … ท่ามกลางสิ่งไม่ดีมากมายในชีวิต…

    จบแล้วครับสำหรับการเดินทางฉบับย่อครั้งนี้… ขอปิดท้ายด้วยภาพถ่ายระหว่างนั่งเครื่องบินกลับบ้านนะครับ หวังว่าการเดินทางในครั้งนี้ คงทำให้คุณประทับใจกับเมืองน่ารักๆ เมืองนี้นะครับ จริงๆ แล้ว “แม่ฮ่องสอน” ยังมีสถานที่สวยงามอีกมากมายให้คุณได้ค้นหา…ถ้าคุณยังไม่มีแผนจะไปเที่ยวที่ไหนสำหรับฤดูหนาวนี้ ผมอยากจะให้คุณได้ลองมาสัมผัสความงดงามของจังหวัดแม่ฮ่องสอนดูครับ และผมมั่นใจว่าคุณจะต้องตกหลุมรักเมืองๆ นี้เหมือนกับผมแน่นอน… ;)

1